เก็บตกข้อความสำคัญร้อนข้างหลังเกม ยูโรปาลีก ปีศาจแดง ลิ่วเข้าชิง ปะทะ เรือดำน้ำ

34 ครั้ง คือจำนวนของโอกาสทำแต้มจากทั้งคู่กลุ่มรวมกัน ซึ่งแบ่งเป็นฝั่ง โรมา 21 ครั้งเข้ากรอบ 12 เป็น 3 ประตู และ แมนฯ ยูไนเต็ด 13 ครั้งเข้ากรอบ 5 เป็น 2 ประตู

ซึ่งระยะแรกกลุ่มเยี่ยมมาเน้นตั้งรับและรอสวนกลับแจ่มชัด ส่วนเจ้าถิ่นเป็นข้างดาหน้าบุกเข้าใส่ จนกระทั่ง ซาตานแดง ออกนำจากจังหวะโต้กลับ ทำให้ครึ่งหลัง กองทัพหมาป่ากรุงโรม ไม่มีอะไรจะเสีย เดินหน้าบุกเต็มสูบ

ซึ่งนั้นทำให้เกมค่อนข้างเปิดแลกเปลี่ยนกันอย่างเบิกบาน ด้าน แมนฯ ยูไนเต็ด เองได้โอกาสโต้กลับบ่อยมาก ประเภทที่มีต่างข้างต่างมีลุ้นกันดูเหมือนจะทุกนาทีเลยทีเดียวคงจะจำเป็นต้องพูดว่าถ้าวันนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ ดาบิด เด เคอา ที่องค์ลงอย่างที่มองเห็น ซาตานแดง บางทีอาจไม่ได้เข้าชิงก็เป็นไปได้ เพราะเหตุว่าตั้งแต่ช่วงต้นเกมที่เจ้าตัวจำเป็นต้องออกแรงเซฟงามๆหลายต่อบ่อยมาก

แถมในช่วงครึ่งหลังที่ โรมา ได้ประตูออกนำ 2-1 เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ราวกับว่าเจ้าถิ่นจะมีแรงฮึดขึ้นมาอีกที ซึ่งก็ได้นายด่านเลือดวัวกระทิงดุรายนี้นี่แหละ ที่ไม่ยอมรับลูกยิงแบบตลอดที่ถั่งโถมเข้ามารัวๆมากกว่าปินกลได้แบบปาฏิหาริย์ กระทั่งเรียกได้ว่าเอารางวัล แมน ออฟ เดอะแมทช์ ไปได้เลยแต่ว่าก็อย่าลืมขอบคุณมากบรรดาแนวรับที่สามัคคีกันปั้นให้ เด เคอา ได้โอกาสแงะฟอร์มเก่งออกมาให้แฟนบอลได้มองเห็นกันแบบเต็มสองตาอีกทีในยามค่ำคืนนี้คู่ชิงของ ซาตานแดง ในปีนี้นั่นคือ บียาร์เรอัล ที่ยัดเสมอ อาร์เซนอล 0-0 ก่อนที่จะชนะไปด้วยสกอร์รวม 2-1 ในที่สุด โดยสถิติที่ผ่านมา 4 นัดหมายที่พบกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ใน แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มเมื่อปี 2005 และ 2008 ออกมาด้วยผลเสมอ 0-0 ทั้ง 4 เกม

โดนในตอนนี้ ทัพเรือดำน้ำ จัดว่ามีขุมกำลังที่ไม่ธรรมดานำโดย เกราร์ด โมเรโน และ ขว้างโก อัลกาเซ สองศูนย์หน้าชาวสเปนที่ยิงรวมกันแล้วถึง 38 ประตูในปีนี้ แถมยังมี เปา โคนร์เรส ที่เคยตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด รอคุมแนวหลัง

ที่สำคัญคือมี อูไน เอเมรี ผู้ฝึกสอนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งถ้วยรายการนี้ รับรองด้วยสถิติที่คว้าแชมป์มาสูงที่สุดในบรรดาผู้จัดการทีมฟุตบอลทุกคนบนโลกใบนี้อีกด้วย

หนุ่มๆถูกใจสิ่งนี้! “เอพริล” นางแบบเพลย์บอยสุดเอ็กซ์สาวกงูใหญ่

ไม่พลาดแน่นอนสำหรับ เอพริล ซัมเมอร์ส ดารานางแบบสาวสุดฮอตของ “แมกกาซีนเพลย์บอย” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวกตัวยงของ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน สมาพันธ์ดังในเวทีกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

โดยหลังจากที่ “เนรัซซูปรี่” สามารถกลับมาทวงความใหญ่โตในลีกอิตาลี ด้วยการผงาดคว้าชัยชนะได้เป็นสมัยที่ 19 ในประวัติศาสตร์สมาพันธ์ รวมทั้งถือได้ว่าเป็นการกลับมาคว้าสคูเด็ตโต้ได้อีกรอบในรอบ 11 ปี ภายหลังจากครั้งสุดท้ายทำได้เมื่อปี 2010

ดารานางแบบคนมีชื่อเสียงก็ออกมาโพสต์เนื้อความถึงทีมรักว่า “ฟอร์ซ่าอินเตอร์! ขอแสดงความยินดีกับ อินเตอร์ มิลาน พวกคุณคือผู้ชนะ” แต่มีคู่รักบอลบางรายเข้าไปคัดค้านคุณว่าไม่คิดที่จะโชว์ภาพในชุดใส่ว่ายน้ำฉลองการคว้าชัยชนะในครั้งนี้หน่อยเหรอ ซึ่งคุณตอบกลับว่า “ฉันมีความสุขมากๆกับชัยชนะครั้งนี้ ส่วนเรื่องชุดใส่ว่ายน้ำคอยติดตามกันถัดไป”

สำหรับ เอพริล ซัมเมอร์ส หรือชื่อเต็ม นาเดีย ฟอสเตอร์ ดารานางแบบสาวแนววาบหวิวชาวอังกฤษ ที่ไปมีชื่อเสียงในประเทศอิตาลี หลังเคยไปออกรายการโทรทัศน์ พร้อมประกาศตัวว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ อินเตอร์ มิลาน สมาพันธ์ดังแดนมะกะโรนี ซึ่งคุณติดตามเชียร์ทีมมาอย่างสม่ำเสมอในสนาม ส่วนจะแจ่มขนาดไหนไปส่องกันเลย

โทษหนักถึงตัดแต้ม! แมนฯ ยูไนเต็ด จำต้องลุ้นข้างหลังแฟนบอลก่อความวุ่นวายกระทั่งเกมเลื่อน

“ภูติผีปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บางทีอาจพบข้อบัญญัติโทษขั้นร้ายแรงในกรณีที่ปล่อยให้แฟนบอลบุกเข้ามาทำให้เกิดความวุ่นวายในสนาม ก่อนเกม “แดงเดือด” ที่พวกเขาจะเปิดบ้านต้อนรับ หงส์แดง ในศึก พรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก เดลี่เมล์

แฟนบอล ภูติผีปีศาจแดง ได้รวมตัวกันต่อต้านหน้าสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก่อนเกมจะเริ่มขึ้นไม่กี่ชั่วโมง และก็ส่วนหนึ่งสามารถเข้ามาในสนามและก็รวมตัวกันจุดดอกไม้ไฟและก็ร้องเพลงขับไล่เชื้อสายเกลเซอร์ผู้ครอบครองสมาพันธ์ ซึ่งเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นทำให้ทางผู้จัดการแข่งขันจะต้องประกาศเลื่อนเกมออกไปอย่างไม่มีระบุ

เดลี่เมล์ บอกว่าจากเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นบางทีอาจทำให้เกิดการลงโทษสมาพันธ์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขั้นร้ายแรงด้วยการตัดแต้ม เนื่องจากว่าไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยให้กับนักเตะ สตาฟฟ์ ผู้ตัดสิน และก็เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันได้ รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยรอบๆทางเข้าออกสนามในวันแข่งขัน ตามกฎของ พรีเมียร์ลีก

ยิ่งไปกว่านั้นทีม ภูติผีปีศาจแดง บางทีอาจจะจะต้องเสียค่าปรับ และก็โดนห้ามแข่งในสนามเหย้าของตัวเองอีกด้วย ทั้งนี้ทาง เอฟเอ และก็ พรีเมียร์ลีก กำลังปฏิบัติการสืบสวนหามูลเหตุที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดเหตุวุ่นวายดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นขึ้น

สาหรับมูลเหตุที่แฟนบอลออกมาต่อต้านและก็ก่อเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเนื่องจากการที่เชื้อสายเกลเซอร์นำสมาพันธ์เข้าร่วมริเริ่มตั้งขึ้น ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งสร้างความรู้สึกไม่พึงพอใจให้กับบรรดา เร้ดอาร์มี่ อย่างยิ่ง รวมทั้งผลงานในการบริหารทีมอันล้มเหลวในช่วงที่ผ่านมา

จบเลย! อินเตอร์ฯ ผงาดคว้าแชมป์กัลโซ่ ข้างหลัง อตาลันต้า สะดุดทำเป็นเพียงแค่เสมอ

“งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ผงาดได้แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาล 2020-21 ได้เสร็จ ภายหลังที่ อตาลันต้า ทีมอันดับ 2 ของตาราง ทำเป็นเพียงแค่บุกเสมอกับ ซาสซูโอโล่ 1-1 สำหรับในการแข่งขันเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พ.ค. ก่อนหน้านี้

โดยจากผลเสมอของเกมนัดหมายดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นทำให้ อตาลันต้า มีแต้มตามหลัง อินเตอร์ มิลาน ถึง 13 คะแนน รวมทั้งเหลือโปรแกรมการแข่งขันเพียงแค่ 4 นัดหมายเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถทำคะแนนไล่ได้ทันแน่ๆแล้ว

ทำให้ อินเตอร์ มิลาน ได้แชมป์ได้เป็นยุคที่ 19 ในประวัติศาสตร์ชมรม รวมทั้งถือว่าเป็นการกลับมาคว้าสคูเด็ตโต้ได้อีกครั้งในรอบ 11 ปี ภายหลังคราวสุดท้ายทำเป็นเมื่อปี 2010 ภายใต้การควบคุมทีมโดย โชเซ่ มูรินโญ่

สำหรับ “เนรัซซูปรี่” ภายใต้การทำทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ตอนนี้รั้งตำแหน่งผู้นำฝูงด้วยการมี 82 คะแนน จากผลงานชนะ 25 เสมอ 7 รวมทั้งแพ้เพียงแค่ 2 นัดหมายเท่านั้น หลังผ่าน 34 เกม

สามแต้มล้ำค่า! บาร์เซโลน่า บุกรัวแซง บาเลนเซีย 3-2 จี๋จ่าฝูง 2 แต้ม

การแข่งขัน ฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คู่ระหว่าง “ค้างคาว” บาเลนเซีย เปิดบ้านพบกับ “อาซูลกราน่า” บาร์เซโลน่า ที่สนาม เอสตาดิโอ เด เมสตาย่า เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม 2564

ประเดิมมา 2 นาที กลุ่มเยือนเกือบจะได้ประตูนำ อองตวน กรีซมันน์ กลับหนีแนวรับก่อนจ่ายเข้าจุดโทษให้ แฟร้งกี้ เดอ ยองก์ ไหลย้อนให้ เปดรี ซัดด้วยขวาหลุดเสาออกไปนิดนึง

นาทีที่ 10 บาร์เซโลน่า มาได้ฟรีคิกด้านซ้าย ลิโอเนล เมสซี่ บรรจงเปิดบอลเข้าจุดโทษให้ โรนัลด์ อเราโฆ่ วิ่งมาทิ้งตัวยิงแต่ว่า เยสเปอร์ สิลเลสสังเวย พุ่งปัดได้เหลือเชื่อ

นาทีที่ 25 เจ้าของบ้านตอบโต้คืนบ้าง โฆเซ่ กาย่า พาบอลขึ้นมาด้านซ้ายก่อนเปิดให้ ดาเนี่ยล วาส ยิงด้วยขวาหน้าจุดโทษแต่ว่า แทร์ ชตีเก้น ล้มตัวรับไว้ได้ไม่ยาก หมดครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นช่วงหลัง นาทีที่ 50 เจ้าถิ่นมาได้ลูกเตะมุมด้านซ้าย การ์ลอส โซเลร์ เปิดโด่งเข้าไปหน้าประตู แทร์ ชตีเก้น ออกมาตัดบอลพลาด กาเบรียล เปาลิสต้า กระแทกตุงตาข่ายไม่เหลือ บาเลนเซีย นำ 1-0

นาทีที่ 56 “อาซูลกราน่า” มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ โตนี่ ลาโต้ นักฟุตบอลเจ้าถิ่นทำแฮนด์บอลในจุดโทษ ลิโอเนล เมสซี่ ยิงไปโดน สิลเลสสังเวย ปัดได้ก่อนที่บอลจะวุ่นวายมาเข้าทาง เมสซี่ ล้มตัวซ้ำเข้าไปไม่เหลือ บาร์เซโลน่า ตีเสมอ 1-1

นาทีที่ 63 กลุ่มเยือนลุยต่อทันที ยอร์ดี้ อัลบา เติมเกมขึ้นมาก่อนเปิดลึกถึง แฟร้งกี้ เดอ ยองก์ ได้โหม่ง สิลเลสสังเวย ปัดได้โอกาสแรกแต่ว่าบอลไปเข้าทาง อองตวน กรีซมันน์ ยิงเข้าไปไม่เหลือ บาร์เซโลน่า แซงนำ 2-1

นาทีที่ 69 บาร์เซโลน่า นำห่าง 3-1 จากลูกฟรีคิกกึ่งกลางประตู ลิโอเนล เมสซี่ ปั่นด้วยซ้ามบอลพุ่งผ่านกำแพงผ่านมือ เยสเปอร์ สิลเลสสังเวย ชนเสาเข้าไปโดยเด็ดขาด

นาทีที่ 83 เจ้าถิ่นไม่ยินยอมกล้วยๆการ์ลอส โซเลร์ สับไกด้วยขวาสุดแรงจากระยะกว่า 25 หลา บอลพุ่งผ่านมือ มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น ตุงตาข่าย บาเลนเซีย ไล่มา 2-3

จบเกม “อาซูลกราน่า” บาร์เซโลน่า บุกเอาชนะ บาเลนเซีย 3-2 เก็บสามคะแนนสำคัญ รั้งอันดับ 3 ทำคะแนนตามหลัง แอต.มาดริด ผู้นำฝูงเหลือเพียง 2 คะแนนแค่นั้น

รายนามผู้เล่นของทั้งสองกลุ่ม
บาเลนเซีย (4-4-2) เยสเปอร์ สิลเลสสังเวย – เธียร์ปรี่ กอร์เรอา, กาเบรียล เปาลิสต้า, อูโก้เก๋ กียามอน (เควิน กาเมโร่ น.79), โฆเซ่ กาย่า – ดาเนี่ยล วาส, อูรอคอยส ราสิซ (คริสเตียน โอลิว่า น.79), การ์ลอส โซเลร์, โตนี่ ลาโต้ (มุคตาร์ เดียกาบี้ น.64) – กอนซาโล่ เกเดส, มักซี่ โกเมซ
บาร์เซโลน่า (3-5-2) มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น – โรนัลด์ อเราโฆ่, หนวดเคราร์ด ปีเก้, เกลม็อง ล็องเล่ต์ – เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ – เซอร์จินโญ่ เดรสต์ (แซร์จักจี้ โรแบร์โต้ น.75), เปดรี (อิแล็กซ์ โมริบ้า น.75), แฟร้งกี้ เดอ ยองก์, ยอร์ดี้ อัลบา- อองตวน กริซมันน์, ลิโอเนล เมสซี่

เอาให้สะสาง! “เป๊ป” ร่ายยาวถึงข่าวดึง “เมสซี” ซบเรือใบสีฟ้า

เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้สัมภาษณ์ปัจจุบันถึงข่าวโคมลอยจะดึงตัว ลีโอเนล เมสซี ตัวรุกลำดับต้นๆของโลกจากบาร์เซโลนา มาร่วมงานกันในถิ่นเอตำหนิฮัด สเตเดียม หลังจบฤดูกาลนี้

“ผมหวังว่า ลีโอเนล เมสซี จะค้าแข้งกับบาร์เซโลนาไปจนถึงแขวนสตั๊ด เขาไม่มีวันหาชมรมไหนที่ดีมากยิ่งกว่านี้ได้อีกแล้ว ด้วยเหตุนี้ จงใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้สุดกำลังกับกลุ่มรักเหอะ” เป๊ป กล่าวกับ TV3

“ประโยคหนึ่งที่บรมครูอย่าง โยฮัน ครัฟฟ์ ฝากเอาไว้ให้นักฟุตบอลทุกคนที่เติบโตขึ้นมากับบาร์เซโลนาก็คือ จงอย่าลืมว่าพวกเราถือกำเนิดมาจากที่แห่งไหน เมื่อใส่ใจรู้แล้วก็จงรักษามันเอาไว้ให้ดีเยี่ยมที่สุด เมื่อทุกคนมีความคิดจิตใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน บาร์เซโลนาจึงเป็นชมรมที่พิเศษสุดในทุกๆด้าน โดยเฉพาะสไตล์การเล่นฟุตบอล”

“เราที่เริ่มจากการเป็นเด็กฝึกหัดในลา มาเซีย ถูกปลูกฝังทัศนคติแบบนี้เอาไว้ทุกรุ่น ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงจัดว่ามีส่วนสร้างชมรมให้ยิ่งใหญ่เหมือนกันหมด บางคราวอาจมีอะไรที่มันขุนข้องหมองใจบ้างก็ขอให้ก้าวผ่านไปแล้วเริ่มกันใหม่อีกรอบ”

“ย้ำนะ สำหรับเมสซี ไม่มีชมรมไหนดีต่อเขาได้เท่าบาร์เซโลนาอีกแล้ว และก็แม้กระทั่งผมพูดทำนองนี้อีกกี่ร้อยกี่พันครั้ง ก็ยังมีข่าวโคมลอยว่าผมจะพาเขามาเล่นที่แมนฯ ซิตี้ อยู่ดีนั่นแหละ”

ไม่ใช้ก็เอามานี่! “3 ทีมดัง” รุมแย่งตัว “ชากิรี” ตลาดซัมเมอร์นี้

La Lazio Siamo Noi สื่อในอิตาลีแถลงการณ์ว่า เซอร์ดาน ชากิรี ปีกทีมชาติประเทศสวิตเซอร์แลนด์ของ ลิเวอร์พูล ได้รับความสนใจจาก 3 ทีมใหญ่ของยุโรปอีกทั้ง โรม่า, ลาซิโอ จากอิตาลี แล้วก็ เซบีย่า จากสเปน

ชากิรี เหลือสัญญาในถิ่นแอนฟิลด์จนถึงปี 2023 ซึ่งเขาไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมได้ โดยฤดูกาลนี้ลงสู่สนามให้ทีมทั้งหมดเพียงแค่ 21 นัดในทุกรายการ แล้วก็เป็นตัวจริงในเกมลีกเพียงแค่ 5 นัดเท่านั้น

ล่าสุดทำให้มีข่าวออกมาว่า โรม่า แล้วก็ ลาซิโอ 2 ทีมดังจากกรุงโรม ต่างมีความสนใจในตัวหน้าแข้งทีมชาติประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เช่นเดียวกับ เซบีย่า จากสเปนที่พร้อมแย่งตัวในซัมเมอร์นี้เช่นเดียวกัน

6-1 โลกไม่ลืม : เปิดเบื้องหน้าเบื้องหลังล็อกถล่มโลกเกม “บาร์เซโลนา – เปแอสเช”

สิ้นเสียงนกหวีดของเกมการแข่งขันรอบสอง ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก นัดแรก ระหว่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง กับ บาร์เซโลนา จบสิ้นลงด้วยความช็อกของแฟนบอลทั้งโลก เมื่อทีมเจ้าบ้านจากฝรั่งเศส กระหน่ำผู้มาเยือนจากสเปนด้วยสกอร์ 4-0

แม้แต่เมื่อการแข่งขันนัดหมายสองจบลง ทุกคนจะต้องตกตะลึงมากยิ่งกว่าเดิม เพราะว่าบาร์เซโลนากลับนรกกระหน่ำเปแอสเช ด้วยสกอร์ 6-1 ผ่านเข้ารอบไปด้วยผลสกอร์รวม 6-5 กลายเป็นการคัมแบ็กที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บอลยูซีแอล

นี่คือหนึ่งสำหรับเพื่อการกลับนรกที่ยิ่งใหญ่เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์บอลยุโรป มีเรื่องราว และก็แง่คิดมากที่เกิดขึ้นกับเกมการแข่งขันนัดหมายนี้ จนกระทั่งนำไปสู่เรื่องราวที่แฟนลูกหนังทั้งโลก ยังคงจดจำมาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้

ภายหลังเกมนัดแรกจบลง

ภายหลังการแข่งขันนัดแรกจบลง ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2017 โลกอินเทอร์เน็ตลุกเป็นไฟอย่างรวดเร็ว เพราะว่าเปแอสเชไม่ได้เพียงกระหน่ำบาร์เซโลนา 4-0 แต่พวกเขาทำลายทีมดังจากสเปนอย่างหมดสิ้น

เวลาที่ปารีสยิงตรงกรอบถึง 10 ครั้ง บาร์ซ่ากลับยิงตรงกรอบได้เพียงแค่ครั้งเดียว ด้านสถิติเกมรับ ทั้งการเข้าปะทะสำเร็จ, การแย่งบอล, การสะสางบอล ทีมจากฝรั่งเศสทำได้ดีกว่าทั้งผอง

พรีวิวยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ เรอัล มาดริด พบ เชลซี

ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
รอบรองชนะเลิศ ครั้งแรก
คืนวันอังคารที่ 27 ม.ย. 2021
เวลา: 02.00 น. ตามเวลาในไทย

เรอัล มาดริด (สเปน) พบ เชลซี (อังกฤษ)

สนาม : ซาติเตียนอาโก้ เบอร์นาเบว
ถ่ายทอดสด : UEFA.tv
ความพร้อมเพรียงของทั้งสองกลุ่ม

เรอัล มาดริด

กลุ่มของ ซีเนดีน ซีดาน ผลงานสะดุดเสมอออกจะบ่อยในตอนหลัง ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์ในลีกกลับมาเป็นรองคู่ต่อสู้อย่าง บาร์เซโลนา รวมทั้ง แอตเลติเตียนโก้เก๋ มาดริด อีกครั้ง แต่ในรายการนี้พวกเขายังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างไร้ที่ติด้วยการผ่าน อตาลันต้า ในรอบ 16 กลุ่มรวมทั้ง หงส์แดง ในรอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุดมาได้แบบไม่ยากเย็นนัก แต่เกมนี้ พวกพ้องพระราชาชุดขาว ยังคงจำเป็นต้องพบกับคู่ต่อสู้จากอังกฤษที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงสุดๆอย่าง เชลซี จำเป็นต้องมาลุ้นกันว่าเกมรุกอันรวดเร็วตามสไตล์ของ “สิซู” จะสามารถเจาะแนวรับอันแกร่งของ ทูเคิล ได้หรือเปล่าในนัดหมายนี้

ภาวะกลุ่มก่อนลงทำการแข่ง จะยังไม่สามารถที่จะใช้งานตัวหลักอย่าง ลูคัส วาซเกวซ ฟอเรียน เมนดี้ เซร์คิโอ รามอส รวมทั้ง เฟเด บัลบาเด้ ในเกมนี้ได้อย่างแน่นอนแล้ว ส่วนในรายของ โทนี วัวรส ยังจำเป็นต้องรอเช็คความฟิตก่อนเกมอีกครั้ง

เดา 11 ผู้เล่นตัวจริง
ผู้เฝ้าประตู: กูร์ตัวส์
แนวรับ: นาโช, วาราน, มิลิเตา, มาร์เซโล
กองกลาง: อิสโก้เก๋, กาเซมิโร, โมดริช
แผงหน้า: วินิสิอุส, เบนเซมา, อเซนสิโอ

เชลซี

ด้านกลุ่มของ โธมัส ทูเคิล ผลงานยังอยู่ในเกณฑ์ดีอย่างสม่ำเสมอ รั้งชั้นที่ 4 ใน พรีเมียร์ลีก เอาไว้อย่างแน่นแฟ้นในเดี๋ยวนี้ ส่วนในรายการนี้รอบที่ผ่านๆมา กองทัพสิงห์บลู ผ่านมาแล้วทั้งยัง แอตฯ มาดริด ในรอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุด รวมทั้ง เอฟซี ปอร์โต้ ในรอบ 8 กลุ่ม กระทั่งรอบรองชนะเลิศนี้พวกเขาจำเป็นต้องพบกับงานหนักที่จำเป็นต้องปะทะกับแชมป์เก่า 13 สมัย เรอัล มาดริด แถมเกมแรกยังจำเป็นต้องบุกไปเยี่ยมถึงถิ่น ซานติเตียนอาโก้ เบอร์นาเบว ก่อนอีกด้วย จึงไม่ใช่งานง่ายของ สิงโตน้ำเงินคราม เหมือนัดก่อนๆอย่างแน่นอนในเกมวันอังคารนี้

ควาพร้อมก่อนแข่งขัน มีเพียงแค่ มาเตโอ วัววาชิช อดีตนักฟุตบอลของ พระราชาชุดขาว เพียงแค่รายเดียวเท่านั้นที่ยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บไม่สามารถที่จะลงไปในสนามในเกมนี้ได้ ส่วนตัวหลักรายอื่นๆฟิตพร้อมเป็นตัวเลือกในเกมนี้ทั้งสิ้น

เดา 11 ผู้เล่นตัวจริง
ผู้เฝ้าประตู: เมนดี้
แนวรับ: อัซปิลิกวยต้า, สิลวา, รือดิเกอร์
กองกลาง: เจมส์, จอร์จินโญ, ก็องเต้, ชิลเวลล์
แผงหน้า: เมานท์, ฮาเวิร์ตซ์, พูลิสิช

ดูด้ากดเบิ้ล! วัวโลญจน์ ทำเป็นบุกคว่ำ เอาก์สบวร์ก 3-2 ลุ้นหนีตกชั้น

การแข่งขันฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมนี คู่ระหว่าง เอาก์สบวร์ก เปิดบ้านเจอกับ วัวโลญจน์ ที่สนามเวเวคาร์ อารีน่า เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 23 เมษายน ก่อนหน้านี้

เปิดเกมมาแค่ 9 นาที วัวโลญจน์ มาได้ทางออกนำ 1-0 อย่างเร็วจากจังหวะที่ เอลเยส ชักห์รี วางบอลยาวให้ ออนเดรย์ ดูด้า เบี่ยงตัววอลเลย์แบบไม่ต้องจับตูมเดียวหน้าจุดโทษตุงตาข่ายสุดสวย

นาทีที่ 19 วัวโลญจน์ ทีมเยือนเกือบได้อีกหน ออนเดรย์ ดูด้า สับไกหน้าจุดโทษบอลพุ่งตรงตัว ราฟาล กีคีวิชซ์ นายด่านเจ้าของบ้านล้มตัวรับได้ไม่ยาก

นาทีที่ 23 “แพะบ้า” ยังครองเกมบุกสม่ำเสมอ ยานเนส ฮอร์น เปิดบอลเข้าจุดโทษ มาริอุส โอ้อวดล์ฟ วิ่งข้ามหลอกบอลเลยไปถึง โฟลเรียน ไคน์ซ ยิงเสียบเสาแรกเข้าไป วัวโลญจน์ หนีเป็น 2-0

นาทีที่ 33 ทีมเยือนลุยอีก มาริอุส โอ้อวดล์ฟ ได้บอลในจุดโทษก่อนไหลย้อนให้ ออนเดรย์ ดูด้า กดด้วยขวาเสียบสามเหลี่ยมเข้าไป วัวโลญจน์ ทิ้งห่าง 3-0 พร้อมหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นต่อในช่วงหลังนาทีที่ 54 เจ้าของบ้านมาได้ลูกเตะมุม ดาเนียล ค้างลิจิวรี่ เปิดไปในจุดโทษบอลกระเด้งมาเข้าทาง เฟรดริค เยนสังเวย ยิงไปติดตัว ทิโม ฮอร์น ก่อนเลยไปถึง โรเบิร์ต จับนี่ ซ้ำตุงตาข่าย เอาก์สบวร์ก ไล่มาเป็น 1-3
นาทีที่ 72 เอาก์สบวร์ก ไล่มาเป็น 2-3 จากจังหวะที่ ลาโก้เก๋ เปิดบอลเข้าจุดโทษไปที่เสาสองให้ รีซ อ็อกซ์ฟอร์ด กระแทกห้อยข้ามตัว ทิโม ฮอร์น เสียบใต้คานเข้าไป

จบเกม วัวโลญจน์ บุกเอาชนะ เอาก์สบวร์ก 3-2 เก็บสามแต้มสำคัญ ทำให้ “แพะบ้า” ยังมีลุ้นอยู่รอดข้างหลังขยับอันดับขึ้นมาอยู่ที่ 16 ของตาราง โดยมีแต้มเหนือกว่า แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 3 คะแนน แต่แข่งมากกว่าอยู่ 3 นัดหมาย

รายนามผู้เล่นของทั้งสองทีม
เอาก์สบวร์ก (4-4-2): ราฟาล กีคีวิชซ์, ราฟาเอล ฟรามแบร์เกอร์, เจฟเฟร่ย์ ฉันเวเลฟ, รีซ อ็อกซ์ฟอร์ด, ลาโก้เก๋, ดาเนียล ค้างลิจิวรี่, โทเบียส ชโตรเบิ้ล, คาร์ลอส กรูเอโซ่, รูเบน วาร์กาส, อันเดร ฮาห์น, อัลเฟร็ด ฟินน์โบกาสันน์
วัวโลญจน์ (4-1-4-1): ทิโม ฮอร์น, เบนโน่ ชมิทซ์, เซบาเตียน บอร์เนาว์, ราฟาเอล ชิชอส, ยานเนส ฮอร์น, เอลเยส ชักห์รี, มาริอุส โอ้อวดล์ฟ, โยนาส เฮคเตอร์, ออนเดรย์ ดูด้า, โฟลเรียน ไคน์ซ, เซบาสเตียน อันเดอร์สสัน