นาโปลี ถล่มแหลก อูดิเนเซ 5-1 ขึ้นนั่งรองฝูงกัลโช่ฯ

นาโปลี ผงาดขึ้นไปรองผู้นำฝูงกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ข้างหลังเปิดรังไล่กระหน่ำ อูดิเนเซ่ ขาดลอย 5-1

ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ฤดู 2020-21 ระหว่าง ท้องนาโปลี เปิดสนามดีเอโก อาร์มันโด มาราโดนา รับการมาเยี่ยมของ อูดิเนเซ

นาโปลี ผลงานเยี่ยมเกมล่าสุดบุกไปกระหน่ำ สเปเซีย 4-1 ทำให้ไร้พ่ายแพ้ในลีกมา 6 เกมติด ขยับมารั้ง ชั้น 4

ทางด้าน อูดิเนเซ ฟอร์มไม่ค่อยบ่อยเกมล่าสุดเปิดบ้านเจ๊า โบโลญญ่า 1-1 ทำให้ 4 นัดหมายหลังสุดชนะเกมเดียว แต่ฤดูนี้ก็ไม่น่ามีลุ้นอะไรแล้ว

ผลปรากฏว่า ครึ่งแรก ถึงนาทีที่ 28 ท้องนาโปลี ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ วิคเตอร์ โอซิมเฮน หลุดไปซัดในเขตโทษ ฮวน มุสโซ ผู้เฝ้าประตูอูดิเนเซ เซฟออกมาเข้าทาง ปิออตร์ ซีลินสกี ซ้ำเข้าไปตุงตาข่าย

หลังจากนั้นนาทีที่ 31 ท้องนาโปลี หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ ปิออตร์ ซีลินสกี ได้บอลทางขอบเส้นฝั่งขวาก่อนจ่ายย้อนมาหน้าเขตโทษให้ ฟาเบียน รุยซ์ บรรจงปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งทิ่มสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างงดงาม

ถึงนาทีที่ 41 อูดิเนเซ ไล่มาเป็น 1-2 เมื่อ โรดริโก เด ปอล ส่งบอลให้ สเตฟาโน โอกากา พลิกยิงด้วยขวาในเขตโทษเข้าไปอย่างเด็ดขาด ก่อนที่จะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ช่วงหลัง นาทีที่ 56 ท้องนาโปลี นำห่าง 3-1 จากความขยันของ เออร์วิง โลซาโน ที่วิ่งไปฉกบอลจากคู่ปรับจนได้หลุดเข้าเขตโทษก่อนกดด้วยขวาเน้นๆเข้าไปไม่พลาด

ถึงนาทีที่ 66 ท้องนาโปลี หนีไปไกลเป็น 4-1 จากจังหวะได้เตะมุมทางฝั่งขวา ปิออตร์ ซีลินสกี เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ คอนสแตนตำหนินอส มาโนลาส ขึ้นโหม่งเต็มๆฮวน มุสโซ ปัดมาเข้าทาง จิโอวานนี ดิ ลอเรนโซ ตามซ้ำเข้าไป

ไปสู่ตอนทดเจ็บ นาทีที่ 90+1 ท้องนาโปลี นำห่าง 5-1 จากจังหวะซัดด้วยขวาจากนอกกรอบของ ลอเรนโซ อินซินเญ

จบเกม ท้องนาโปลี ชนะ อูดิเนเซ 5-1 เก็บเพิ่มเป็น 73 คะแนน พุ่งขึ้นมาเป็นรองผู้นำฝูง ส่วน อูดิเนเซ มี 40 คะแนนเหมือนเดิม หล่นมาอยู่ชั้น 12

บันทึกฉบับเบติว่ากล่าวส เฉือน กรานาดา 2-1ขึ้นที่ 6 ลาลีการ่างอัตโนมัติ

เรอัล เบตำหนิส เฉือน กรานาดา เฉียด 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญแซงขึ้นอันดับ 6 เพิ่มโอกาสได้ไปฝ่า ยูโรปา ลีก ฤดูหน้า

การแข่งขันชิงชัย ฟุตบอล ลา ลีกา ประเทศสเปน ประจำคืนวันจันทร์ที่ 10 พ.ค. ก่อนหน้าที่ผ่านมา เจ้าบ้าน เรอัล เบตำหนิส ทีมอันดับ 7 เปิด เอสตาดิโอ เบนิโต้ บียามาริน รังเหย้าต่อกร กรานาดา ทีมอันดับ 10

โดยผลงานในลีกล่าสุดของทั้งสองนั้น เบตำหนิส เสมอในลีกมา 6 เกมติด ล่าสุดบุกไปเสมอกับ บายาโดลิด 1-1 ส่วน กรานาด้านั้น แพ้คาบ้านให้ กาดิซ 0-1

ผลที่ตามมา ครึ่งแรกในนาที 39 ไอโคนร์ รุยบัล หลุดกับดักล้ำหน้าขึ้นมาด้านซ้าย ก่อนดีดเข้ากลางให้ บอร์ฆา อีเกลเซียส พลิกยิงด้วยขวาตุงตาข่าย เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0

ครึ่งหลังนาที 66 กรานาดา ก็มาตามตีเสมอเป็น 1-1 เสร็จ เมื่อ มาร์ก บาร์ตรา ส่งบอลคืนหลังพลาด ดาร์วิน มาคิส ฉกบอลได้ ก่อนล็อกหลบผู้เฝ้าประตูเบตำหนิสเข้าไปยิงกล้วยๆ

แต่ ในช่วงท้ายเกมนาที 87 เบตำหนิส ได้ประตูพลิกแซงนำอีกครั้งเป็น 2-1 เมื่อได้ลูกฟรีคิกสองจังหวะบนเส้น 6 หลา บอร์ฆา อีเกลเซียส ยิงทีแรกไปติดกำแพง ก่อนจะตามซ้ำฤษีองเสยคานเข้าไป

ทำให้จบเกม เรอัล เบตำหนิส เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ กรานาดา ไปแบบเฉียด 2-1 ขยับแซง บียาร์เรอัล ขึ้นมารั้งอันดับ 6 ของตารางได้อีกครั้ง

ชุดขาว ฮึด ไล่เจ๊า เซบีย่า2-2 แม้กระนั้นอดขึ้นจ่าฝูง ศึกลา ลีกา

เรอัล มาดริด ทำเป็นเพียงแต่เปิดบ้านไล่ตีเสมอ เซบีย่า ช่วงท้ายเกม ไป 2-2 พลาดการขึ้นนำเป็นผู้นำฝูง ลา ลีกา สเปน อย่างโชคร้าย

ศึกบอล ลา ลีกา สเปน นัดหมายนี้ เป็นการพบกันระหว่าง เรอัล มาดริด ที่เปิดสนามเอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน ต้อนรับการมาเยือนของ เซบีย่า

ฝั่งชุดขาว เจ้าบ้านจัดกลุ่มในระบบ 4-3-3 วางเฟเดริโก้บัลเบร์เด้, คาริม เบนเซมา และวินิสิอุส จูเนียร์ เป็นสามผสานในแนวรุก

ทางด้านเซบีญา ผู้มาเยือนเลือกใช้แผน 4-3-3 เช่นเดียวกัน โดยมี ลูคัส โอคัมโปส, อเลฮันโดร โกเมซ และซูโซ เป็นสามผสานในแนวรุก

ผลที่ตามมา ครึ่งเเรก เป็นทาง เซบีย่า ที่ออกนำ 1-0 ในนาที 22 อีวาน ราคิติเตียนช โขกชงมาให้ แฟร์นานโด ที่เกี่ยวหลบ กาเซมีโร่ ก่อนที่จะยิงด้วยซ้ายส่งบอลผ่าน ติเตียนโบต์ เราร์กตัวส์ เสียบตาข่าย

ชุดขาว ลุยหนักหวังเอาคืนและมีลุ้นจาก กาเซมีโร่ กับ จูเนียร์ วินิสิอุส ที่สับไกไม่ผ่าน ยาสซีน โบโน่

ท้ายครึ่งแรก โลส บลังโกส ได้โอกาสอีกที คราวนี้ กาเซมีโร่ ยิงไกลแต่บอลหลุดกรอบออกข้างหลังไปครึ่งหลัง ชุดขาว เดินหน้ากดดันอย่างนาทีที่ 65 โทนี่ โครส สาดบอลเข้าทาง วินิสิอุส จูเนียร์ กดด้วยขวาแต่บอลชนเสาอย่างโชคร้าย

แต่สองนาทีถัดมา ราชันชุดขาว ตีเสมอ 1-1 โทนี่ โครส แทงมาให้ มาร์โก อาเซนซีโอ ยิงด้วยซ้ายแบบไม่จับส่งบอลเสียบตาข่าย

กระนั้นเป็น เซบีย่า ที่ขึ้นนำอีกทีในนาที 78 จากจังหวะที่ เอแดร์ มิลิเตา โดนจับแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ วีเออาร์ รับรอง และเป็นทาง อีวาน ราคิติเตียนช สังหารไม่พลาดพาทีมนำ 2-1

ช่วงทดเวลานาทีที่ 4 โทนี่ โครส ยิงไถล เอแด็น อาซาร์ บอลเปลี่ยนทางเสียบตาข่าย

จบเกม เรอัล มาดริด เปิดบ้านเสมอ เซบีย่า 2-2 ทำให้ ราชันชุดขาว ตามหลัง แอตเลติเตียนโก มาดริด 2 คะแนน และเหลือเกมลงไปในสนามอีก 3 นัดหมาย

สังสรรค์แชมป์สวยงาม! บาเยิร์น มิวนิค ไล่กระหน่ำ โบรุสเซีย มึนได้แก่กลัดบัค 6-0

การประลองฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี 2020/21 นัดหมายที่ 32 บาเยิร์น มิวนิค ที่รับประกันได้แชมป์สมัยที่ 31 หยกๆจากการที่คู่ที่ผ่านมา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก ไป 2-1 เปิดอัลลิอันซ์ อารีทุ่งนา รับการมาเยี่ยมของ โบรุสเซีย มึนได้แก่กลัดบัค อันดับที่ 7 ของตาราง

วันนี้เจ้าถิ่นใช้แผน 4-2-3-1 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ค้ำหน้าเป้า จามัล มูเซียลา, คิงส์เลย์ โกม็อง และก็ โธมัส มุลเลอร์ รอเกื้อหนุน ด้านทีมเยี่ยมมาในระบบ 4-4-2 วาเลนตำหนิโน ลาซาโร กับ โยนาส ฮอฟมันน์ ลากเลื้อยขอบเส้น มาร์คัส ตูราม จับคู่ บรีล เอ็มโบโล ล่าตาข่าย

ผลของการแข่งขันปรากฏว่า ขุนศึกเสือใต้เป็นฝ่ายเอาชนะไปกินขาด 6-0 ได้ประตูจาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ทำแฮตทริกนาทีที่ 2, 34 กับฆ่าจุดโทษนาที 66, โธมัส มุลเลอร์ นาที 23, คิงส์เลย์ โกม็อง นาที 44 ปิดท้ายด้วยผู้เล่นสำรอง เลรอย ซาเน นาที 86

โดยเกมนี้เจ้าบ้านจำต้องเหลือผู้เล่น 10 คนภายในนาที 75 ด้วย จากการที่ ต็องกีย์ เนียงซู แผงหลังดาวรุ่งโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ทั้งที่พึ่งถูกเปลี่ยนตัวลงไปเล่นได้เพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น

จากชัยชนะนัดหมายนี้ ทำให้ บาเยิร์น มิวนิค เก็บเพิ่มเป็น 74 คะแนน ได้แชมป์บุนเดสลีกาสมัยที่ 31 ในประวัติศาสตร์ของชมรม และก็เป็นสมัยที่ 9 ติดต่อกัน ส่วน โบรุสเซีย มึนได้แก่กลัดบัค มี 46 คะแนนเหมือนเดิม

ไม่ใช่ผีแดง! สื่ออิตาลี เผย สโมสรถัดไปที่ “โรนัลโด้” อยากได้ย้ายไปค้าหน้าแข้งในช่วงตอนปลาย

คลาดิโอ ไรมอนดิ ผู้สื่อข่าวกีฬาของอิตาลี เผยออกมาว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ สตาร์ชาวโปรตุเกสวัย 36 ปีของ ยูเวนตุๆส ต้องการจะย้ายกลับไปเล่นให้กับ สปอร์ติง ลิสบอน อดีตกาลกลุ่มเก่าภายหลังหมดสัญญากับ ทัพม้าลาย ในปี 2022 นี้

โดยก่อนหน้าที่ผ่านมากลุ่มดังที่ลีกสูงสุดโปรตุเกส เป็นสมาพันธ์ที่ปลุกปั้นยอดนักฟุตบอลอย่าง โรนัลโด้ ขึ้นมา โดยเจ้าตัวเข้าสู่ระบบอคาเดมีของกลุ่มตั้งแต่อายุ 12 ก่อนที่จะปี 2002/03 จะได้รับจังหวะกับกลุ่มชุดใหญ่ตอนที่มีอายุได้เพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น ก่อนจะถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตัวไปร่วมกลุ่มในฤดูกาลต่อมา

กระทั่งตอนนี้เจ้าตัวค้าหน้าแข้งอยู่กับ ยูเวนตุๆส แต่ว่าด้วยผลงานอันเสื่อมโทรม ทำให้มีข่าวลือถึงการที่เจ้าตัวไม่มีความสุขในอิตาลีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลนี้ที่เสียแชมป์ กัลโช เซเรีย อา ให้กับคู่แข่งขันอย่าง อินเตอร์ มิลาน ไป รวมถึงการที่กลุ่มประสบความล้มเหลวในฟุตบอลยุโรปจากที่คาดหวังเอาไว้โรนัลโด้ มีข่าวเกี่ยวพันกับ 2 อดีตกาลสมาพันธ์ยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด รวมทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ไรมอนดิ ผู้สื่อข่าวกีฬาโด่งดังของอิตาลีชี้ว่า สตาร์ชาวโปรตุเกสรายนี้จะอยู่กับ กลุ่มม้าลาย จนกระทั่งจบฤดูกาล ก่อนจะตกลงใจย้ายไปซบสมาพันธ์เก่าอีกหนึ่งกลุ่มอย่าง สปอร์ติง ลิสบอน ในช่วงตอนปลาย

“ผมแน่ใจว่า คริสเตียโน จะอยู่ที่อิตาลีจนกระทั่งหมดสัญญา แต่ว่าจากนั้นเขาจะย้ายออกไปอย่างแน่แท้ โดย แมนฯ ยูไนเต็ด หรือ เรอัล มาดริด จะไม่ใช่จุดหมาย เนื่องจากด้วยวัย 37 ปี ณ เวลานั้น 2 สมาพันธ์นี้บางทีอาจไม่มีสิ่งล่อใจมากพอที่เขาจะย้ายกลับไปภายหลังเคยบรรลุผลสำเร็จอย่างยิ่งมาเกือบจะทั้งหมดแล้ว ซึ่งผมพอเพียงจะรู้มาว่า โรนัลโด้ มีกลุ่มในใจอยู่แล้วนั่นเป็น สปอร์ติง ลิสบอน ผมว่าเขาจะใช้เวลา 2-3 ปีช่วงท้ายอาชีพการค้าขายหน้าแข้งสำหรับการพาอดีตกาลต้นสังกัดกลับมาบรรลุผลสำเร็จให้ได้อีกรอบ” ไรมอนดิ กล่าว

เก็บตกข้อความสำคัญร้อนข้างหลังเกม ยูโรปาลีก ปีศาจแดง ลิ่วเข้าชิง ปะทะ เรือดำน้ำ

34 ครั้ง คือจำนวนของโอกาสทำแต้มจากทั้งคู่กลุ่มรวมกัน ซึ่งแบ่งเป็นฝั่ง โรมา 21 ครั้งเข้ากรอบ 12 เป็น 3 ประตู และ แมนฯ ยูไนเต็ด 13 ครั้งเข้ากรอบ 5 เป็น 2 ประตู

ซึ่งระยะแรกกลุ่มเยี่ยมมาเน้นตั้งรับและรอสวนกลับแจ่มชัด ส่วนเจ้าถิ่นเป็นข้างดาหน้าบุกเข้าใส่ จนกระทั่ง ซาตานแดง ออกนำจากจังหวะโต้กลับ ทำให้ครึ่งหลัง กองทัพหมาป่ากรุงโรม ไม่มีอะไรจะเสีย เดินหน้าบุกเต็มสูบ

ซึ่งนั้นทำให้เกมค่อนข้างเปิดแลกเปลี่ยนกันอย่างเบิกบาน ด้าน แมนฯ ยูไนเต็ด เองได้โอกาสโต้กลับบ่อยมาก ประเภทที่มีต่างข้างต่างมีลุ้นกันดูเหมือนจะทุกนาทีเลยทีเดียวคงจะจำเป็นต้องพูดว่าถ้าวันนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ ดาบิด เด เคอา ที่องค์ลงอย่างที่มองเห็น ซาตานแดง บางทีอาจไม่ได้เข้าชิงก็เป็นไปได้ เพราะเหตุว่าตั้งแต่ช่วงต้นเกมที่เจ้าตัวจำเป็นต้องออกแรงเซฟงามๆหลายต่อบ่อยมาก

แถมในช่วงครึ่งหลังที่ โรมา ได้ประตูออกนำ 2-1 เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ราวกับว่าเจ้าถิ่นจะมีแรงฮึดขึ้นมาอีกที ซึ่งก็ได้นายด่านเลือดวัวกระทิงดุรายนี้นี่แหละ ที่ไม่ยอมรับลูกยิงแบบตลอดที่ถั่งโถมเข้ามารัวๆมากกว่าปินกลได้แบบปาฏิหาริย์ กระทั่งเรียกได้ว่าเอารางวัล แมน ออฟ เดอะแมทช์ ไปได้เลยแต่ว่าก็อย่าลืมขอบคุณมากบรรดาแนวรับที่สามัคคีกันปั้นให้ เด เคอา ได้โอกาสแงะฟอร์มเก่งออกมาให้แฟนบอลได้มองเห็นกันแบบเต็มสองตาอีกทีในยามค่ำคืนนี้คู่ชิงของ ซาตานแดง ในปีนี้นั่นคือ บียาร์เรอัล ที่ยัดเสมอ อาร์เซนอล 0-0 ก่อนที่จะชนะไปด้วยสกอร์รวม 2-1 ในที่สุด โดยสถิติที่ผ่านมา 4 นัดหมายที่พบกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ใน แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มเมื่อปี 2005 และ 2008 ออกมาด้วยผลเสมอ 0-0 ทั้ง 4 เกม

โดนในตอนนี้ ทัพเรือดำน้ำ จัดว่ามีขุมกำลังที่ไม่ธรรมดานำโดย เกราร์ด โมเรโน และ ขว้างโก อัลกาเซ สองศูนย์หน้าชาวสเปนที่ยิงรวมกันแล้วถึง 38 ประตูในปีนี้ แถมยังมี เปา โคนร์เรส ที่เคยตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด รอคุมแนวหลัง

ที่สำคัญคือมี อูไน เอเมรี ผู้ฝึกสอนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งถ้วยรายการนี้ รับรองด้วยสถิติที่คว้าแชมป์มาสูงที่สุดในบรรดาผู้จัดการทีมฟุตบอลทุกคนบนโลกใบนี้อีกด้วย

หนุ่มๆถูกใจสิ่งนี้! “เอพริล” นางแบบเพลย์บอยสุดเอ็กซ์สาวกงูใหญ่

ไม่พลาดแน่นอนสำหรับ เอพริล ซัมเมอร์ส ดารานางแบบสาวสุดฮอตของ “แมกกาซีนเพลย์บอย” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวกตัวยงของ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน สมาพันธ์ดังในเวทีกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

โดยหลังจากที่ “เนรัซซูปรี่” สามารถกลับมาทวงความใหญ่โตในลีกอิตาลี ด้วยการผงาดคว้าชัยชนะได้เป็นสมัยที่ 19 ในประวัติศาสตร์สมาพันธ์ รวมทั้งถือได้ว่าเป็นการกลับมาคว้าสคูเด็ตโต้ได้อีกรอบในรอบ 11 ปี ภายหลังจากครั้งสุดท้ายทำได้เมื่อปี 2010

ดารานางแบบคนมีชื่อเสียงก็ออกมาโพสต์เนื้อความถึงทีมรักว่า “ฟอร์ซ่าอินเตอร์! ขอแสดงความยินดีกับ อินเตอร์ มิลาน พวกคุณคือผู้ชนะ” แต่มีคู่รักบอลบางรายเข้าไปคัดค้านคุณว่าไม่คิดที่จะโชว์ภาพในชุดใส่ว่ายน้ำฉลองการคว้าชัยชนะในครั้งนี้หน่อยเหรอ ซึ่งคุณตอบกลับว่า “ฉันมีความสุขมากๆกับชัยชนะครั้งนี้ ส่วนเรื่องชุดใส่ว่ายน้ำคอยติดตามกันถัดไป”

สำหรับ เอพริล ซัมเมอร์ส หรือชื่อเต็ม นาเดีย ฟอสเตอร์ ดารานางแบบสาวแนววาบหวิวชาวอังกฤษ ที่ไปมีชื่อเสียงในประเทศอิตาลี หลังเคยไปออกรายการโทรทัศน์ พร้อมประกาศตัวว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ อินเตอร์ มิลาน สมาพันธ์ดังแดนมะกะโรนี ซึ่งคุณติดตามเชียร์ทีมมาอย่างสม่ำเสมอในสนาม ส่วนจะแจ่มขนาดไหนไปส่องกันเลย

โทษหนักถึงตัดแต้ม! แมนฯ ยูไนเต็ด จำต้องลุ้นข้างหลังแฟนบอลก่อความวุ่นวายกระทั่งเกมเลื่อน

“ภูติผีปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บางทีอาจพบข้อบัญญัติโทษขั้นร้ายแรงในกรณีที่ปล่อยให้แฟนบอลบุกเข้ามาทำให้เกิดความวุ่นวายในสนาม ก่อนเกม “แดงเดือด” ที่พวกเขาจะเปิดบ้านต้อนรับ หงส์แดง ในศึก พรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก เดลี่เมล์

แฟนบอล ภูติผีปีศาจแดง ได้รวมตัวกันต่อต้านหน้าสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก่อนเกมจะเริ่มขึ้นไม่กี่ชั่วโมง และก็ส่วนหนึ่งสามารถเข้ามาในสนามและก็รวมตัวกันจุดดอกไม้ไฟและก็ร้องเพลงขับไล่เชื้อสายเกลเซอร์ผู้ครอบครองสมาพันธ์ ซึ่งเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นทำให้ทางผู้จัดการแข่งขันจะต้องประกาศเลื่อนเกมออกไปอย่างไม่มีระบุ

เดลี่เมล์ บอกว่าจากเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นบางทีอาจทำให้เกิดการลงโทษสมาพันธ์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขั้นร้ายแรงด้วยการตัดแต้ม เนื่องจากว่าไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยให้กับนักเตะ สตาฟฟ์ ผู้ตัดสิน และก็เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันได้ รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยรอบๆทางเข้าออกสนามในวันแข่งขัน ตามกฎของ พรีเมียร์ลีก

ยิ่งไปกว่านั้นทีม ภูติผีปีศาจแดง บางทีอาจจะจะต้องเสียค่าปรับ และก็โดนห้ามแข่งในสนามเหย้าของตัวเองอีกด้วย ทั้งนี้ทาง เอฟเอ และก็ พรีเมียร์ลีก กำลังปฏิบัติการสืบสวนหามูลเหตุที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดเหตุวุ่นวายดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นขึ้น

สาหรับมูลเหตุที่แฟนบอลออกมาต่อต้านและก็ก่อเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเนื่องจากการที่เชื้อสายเกลเซอร์นำสมาพันธ์เข้าร่วมริเริ่มตั้งขึ้น ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งสร้างความรู้สึกไม่พึงพอใจให้กับบรรดา เร้ดอาร์มี่ อย่างยิ่ง รวมทั้งผลงานในการบริหารทีมอันล้มเหลวในช่วงที่ผ่านมา

จบเลย! อินเตอร์ฯ ผงาดคว้าแชมป์กัลโซ่ ข้างหลัง อตาลันต้า สะดุดทำเป็นเพียงแค่เสมอ

“งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ผงาดได้แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาล 2020-21 ได้เสร็จ ภายหลังที่ อตาลันต้า ทีมอันดับ 2 ของตาราง ทำเป็นเพียงแค่บุกเสมอกับ ซาสซูโอโล่ 1-1 สำหรับในการแข่งขันเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พ.ค. ก่อนหน้านี้

โดยจากผลเสมอของเกมนัดหมายดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นทำให้ อตาลันต้า มีแต้มตามหลัง อินเตอร์ มิลาน ถึง 13 คะแนน รวมทั้งเหลือโปรแกรมการแข่งขันเพียงแค่ 4 นัดหมายเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถทำคะแนนไล่ได้ทันแน่ๆแล้ว

ทำให้ อินเตอร์ มิลาน ได้แชมป์ได้เป็นยุคที่ 19 ในประวัติศาสตร์ชมรม รวมทั้งถือว่าเป็นการกลับมาคว้าสคูเด็ตโต้ได้อีกครั้งในรอบ 11 ปี ภายหลังคราวสุดท้ายทำเป็นเมื่อปี 2010 ภายใต้การควบคุมทีมโดย โชเซ่ มูรินโญ่

สำหรับ “เนรัซซูปรี่” ภายใต้การทำทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ตอนนี้รั้งตำแหน่งผู้นำฝูงด้วยการมี 82 คะแนน จากผลงานชนะ 25 เสมอ 7 รวมทั้งแพ้เพียงแค่ 2 นัดหมายเท่านั้น หลังผ่าน 34 เกม

สามแต้มล้ำค่า! บาร์เซโลน่า บุกรัวแซง บาเลนเซีย 3-2 จี๋จ่าฝูง 2 แต้ม

การแข่งขัน ฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คู่ระหว่าง “ค้างคาว” บาเลนเซีย เปิดบ้านพบกับ “อาซูลกราน่า” บาร์เซโลน่า ที่สนาม เอสตาดิโอ เด เมสตาย่า เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม 2564

ประเดิมมา 2 นาที กลุ่มเยือนเกือบจะได้ประตูนำ อองตวน กรีซมันน์ กลับหนีแนวรับก่อนจ่ายเข้าจุดโทษให้ แฟร้งกี้ เดอ ยองก์ ไหลย้อนให้ เปดรี ซัดด้วยขวาหลุดเสาออกไปนิดนึง

นาทีที่ 10 บาร์เซโลน่า มาได้ฟรีคิกด้านซ้าย ลิโอเนล เมสซี่ บรรจงเปิดบอลเข้าจุดโทษให้ โรนัลด์ อเราโฆ่ วิ่งมาทิ้งตัวยิงแต่ว่า เยสเปอร์ สิลเลสสังเวย พุ่งปัดได้เหลือเชื่อ

นาทีที่ 25 เจ้าของบ้านตอบโต้คืนบ้าง โฆเซ่ กาย่า พาบอลขึ้นมาด้านซ้ายก่อนเปิดให้ ดาเนี่ยล วาส ยิงด้วยขวาหน้าจุดโทษแต่ว่า แทร์ ชตีเก้น ล้มตัวรับไว้ได้ไม่ยาก หมดครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นช่วงหลัง นาทีที่ 50 เจ้าถิ่นมาได้ลูกเตะมุมด้านซ้าย การ์ลอส โซเลร์ เปิดโด่งเข้าไปหน้าประตู แทร์ ชตีเก้น ออกมาตัดบอลพลาด กาเบรียล เปาลิสต้า กระแทกตุงตาข่ายไม่เหลือ บาเลนเซีย นำ 1-0

นาทีที่ 56 “อาซูลกราน่า” มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ โตนี่ ลาโต้ นักฟุตบอลเจ้าถิ่นทำแฮนด์บอลในจุดโทษ ลิโอเนล เมสซี่ ยิงไปโดน สิลเลสสังเวย ปัดได้ก่อนที่บอลจะวุ่นวายมาเข้าทาง เมสซี่ ล้มตัวซ้ำเข้าไปไม่เหลือ บาร์เซโลน่า ตีเสมอ 1-1

นาทีที่ 63 กลุ่มเยือนลุยต่อทันที ยอร์ดี้ อัลบา เติมเกมขึ้นมาก่อนเปิดลึกถึง แฟร้งกี้ เดอ ยองก์ ได้โหม่ง สิลเลสสังเวย ปัดได้โอกาสแรกแต่ว่าบอลไปเข้าทาง อองตวน กรีซมันน์ ยิงเข้าไปไม่เหลือ บาร์เซโลน่า แซงนำ 2-1

นาทีที่ 69 บาร์เซโลน่า นำห่าง 3-1 จากลูกฟรีคิกกึ่งกลางประตู ลิโอเนล เมสซี่ ปั่นด้วยซ้ามบอลพุ่งผ่านกำแพงผ่านมือ เยสเปอร์ สิลเลสสังเวย ชนเสาเข้าไปโดยเด็ดขาด

นาทีที่ 83 เจ้าถิ่นไม่ยินยอมกล้วยๆการ์ลอส โซเลร์ สับไกด้วยขวาสุดแรงจากระยะกว่า 25 หลา บอลพุ่งผ่านมือ มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น ตุงตาข่าย บาเลนเซีย ไล่มา 2-3

จบเกม “อาซูลกราน่า” บาร์เซโลน่า บุกเอาชนะ บาเลนเซีย 3-2 เก็บสามคะแนนสำคัญ รั้งอันดับ 3 ทำคะแนนตามหลัง แอต.มาดริด ผู้นำฝูงเหลือเพียง 2 คะแนนแค่นั้น

รายนามผู้เล่นของทั้งสองกลุ่ม
บาเลนเซีย (4-4-2) เยสเปอร์ สิลเลสสังเวย – เธียร์ปรี่ กอร์เรอา, กาเบรียล เปาลิสต้า, อูโก้เก๋ กียามอน (เควิน กาเมโร่ น.79), โฆเซ่ กาย่า – ดาเนี่ยล วาส, อูรอคอยส ราสิซ (คริสเตียน โอลิว่า น.79), การ์ลอส โซเลร์, โตนี่ ลาโต้ (มุคตาร์ เดียกาบี้ น.64) – กอนซาโล่ เกเดส, มักซี่ โกเมซ
บาร์เซโลน่า (3-5-2) มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น – โรนัลด์ อเราโฆ่, หนวดเคราร์ด ปีเก้, เกลม็อง ล็องเล่ต์ – เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ – เซอร์จินโญ่ เดรสต์ (แซร์จักจี้ โรแบร์โต้ น.75), เปดรี (อิแล็กซ์ โมริบ้า น.75), แฟร้งกี้ เดอ ยองก์, ยอร์ดี้ อัลบา- อองตวน กริซมันน์, ลิโอเนล เมสซี่